ไม่สนเกรด-ชื่อมหาวิทยาลัย! คือเป้าหมายการสรรหาบุคลากร Google | ไอที นวัฒกรรม

ไม่สนเกรด-ชื่อมหาวิทยาลัย! คือเป้าหมายการสรรหาบุคลากร Google | ไอที นวัฒกรรม.

Advertisements

เมื่อชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป

เช้านี้ผมเปิด FB เจอบทความที่แชร์มาจากเพจ Marketingeverythingbook (หนังสือเล่มนี้ดีมากๆเลยนะครับ ใครที่ต้องการไอเดียทางด้านการตลาดควรอ่านเลยครับ) เห็นว่ามีประโยชน์และสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ดี เลยขออนุญาตยกบางช่วงบางตอนที่ทางเพจแชร์มาเก็บไว้ในบล็อก เผื่อไว้อ่านยามต้องการแรงบันดาลใจครับ

marketingeverything

 

ปี 1942, กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี
เด็กชายวัย 7 ขวบเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมากและไม่มีพ่อ และตอนนี้แม่กำลังส่งเขาไปให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะเธอไม่มีเงินที่จะเลี้ยงดูเขาได้อีกต่อไป แม้ตอนนั้นเขาจะยังเด็กมากและไม่สามารถเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ แต่ก็พอจะรู้ว่าแม่คงไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้จริงๆ
เขาได้รับการเลี้ยงดูมาโดยแม่ชีที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พออายุ 14 ปีก็ตัดสินใจที่จะทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและน้องๆของเขา แม้จะไม่ได้โตมาด้วยกันแต่เขาก็ผูกพันกับครอบครัวมาก หลังจากได้เข้าทำงานในโรงงานผลิตเครื่องจักรแห่งหนึ่งในมิลาน เขาก็ค้นพบว่าตัวเองชอบงานฝีมือที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและสามารถทำผลงานออกมาได้ดี
แม้จะต้องทำงานในโรงงานตลอดทั้งวัน ตกกลางคืนเขายังหาโอกาสไปเรียนเรื่อง industrial design ด้วย ที่ห้องเรียนนี่เองที่เขาหลงไหลไปกับความงามและศาสตร์ในการออกแบบแว่นตา
แม้ชายหนุ่มจะยากจนแต่มีวิสัยทัศน์ดีเยี่ยม เขาเห็นว่าผู้ผลิตแว่นตาคุณภาพสูงนั้นยังมีผู้เล่นน้อยรายมากๆ และแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ของอิตาลียังไม่ให้ความสำคัญกับตลาดแว่นตาเท่าที่ควร โอกาสทางธุรกิจมองเห็นอยู่รำไร
ไม่นานหลังจากนั้น เขาได้ย้ายไปเมือง Agordo ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแว่นตาของอิตาลี เขาได้งานทำที่นี่และเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะเป็นคนมีฝีมือ วันหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเปิดบริษัทของตัวเองชื่อ Luxottica ซึ่งมุ่งจะผลิตแว่นตาคุณภาพสูงให้กับแบรนด์แฟชั่นต่างๆของอิตาลี
หลายปีต่อมา เขามีโอกาสเข้าพบกับ Giorgio Armani ซึ่งในการเข้าพบครั้งนั้นเองเขาได้พูดกับ Giorgio ว่า
“Glasses were not only critical for vision but also critical for our personality”
Giorgio Armani ชอบวิสัยทัศน์ของชายหนุ่มมากจึงตกลงเซ็นสัญญาให้ Luxottica เป็นผู้ผลิตแว่นให้ Armani ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แน่นอนว่าหลังจากนั้นบริษัทของเขาก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย Luxottica เป็นเจ้าของร้านแว่นตาชั้นนำอย่าง Sunglass Hut และ Lenscrafter กว่า 6000 แห่งทั่วโลก และยังเป็นเจ้าของแบรนด์แว่นอย่าง Ray-Ban, Oakley, Vogue รวมถึงรับจ้างผลิตแว่นคุณภาพสูงให้กับ Armani, Ralph Lauren, Tiffany, DKNY, Chanel, Versace, Ferragamo etc. ด้วยยอดขายกว่า 9,000 ล้านเหรียญต่อปี
ชายผู้นี้มีชื่อว่า Leonardo Del Vecchio ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของอิตาลี และอันดับ 74 ของโลก
Leonardo มีสินทรัพย์รวมกว่า 600,000 ล้านบาท
.
.
จากบ้านเด็กกำพร้าในวันนั้น… เขาเดินทางมาไกลจริงๆ

ผู้เขียนบทความ: https://www.facebook.com/marketingeverythingbook

ที่มา: https://www.facebook.com/marketingeverythingbook/photos/a.215431685328083.1073741829.215052905365961/238571359680782/?type=1&relevant_count=1

Continue reading