Check อันดับเว็บของเราด้วย Alexa RANK

รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง เป็นคำกล่าวยอดนิยมจาก ตำรา 3 ก๊ก

ซึ่งนอกจากที่เราจะรู้ว่าคู่แข่งของเราเป็นใคร เราควรจะรู้จักกลุ่มเป้าหมายของเรา และเว็บของเราด้วยครับ

สำหรับเว็บที่ผมทำอยู่นั้น ใช้เครื่องมือหลักๆ 2 ชนิด คือ เช็คอันดับเว็บไซต์ ด้วย Alexa Rank และดูอันคับคำค้นหา(KeyWord)บน search engine ด้วยโปรแกรมRankaware  แต่สำหรับวันนี้เรามารู้จักกับ Alexa Rank กันก่อนดีกว่าครับ

Alexa Rank คือ อันดับเว็บทั่วโลกที่อยู่บนเว็บของ alexa ครับ
สำหรับตัวเลขแสดงอันดับของการเข้าชมเว็บไซต์ของเรา ในค่าของ Alexa Rank นี้ ได้มาจากการคำนวณ ตาม Traffic ที่มาจาก UIP ที่เป็นผู้ใช้อยู่ทั่วไปนั่นเอง (โดยคิดคำนวณในระยะเวลา 3 เดือนต่อครั้ง) และจะเห็นได้ว่า Alexa Rank ของเว็บไซต์ที่มีค่าน้อย จะดีกว่า Alexa Rank ของเว็บไซต์ที่มีค่ามาก

image

ตัวอย่างเว็บไซต์ www.idecorlike.com ตอนนี้อยู่ประมาณอันดับที่ 5,XXX,XXX

วิธีการใช้งาน

1.เข้าไปยังเว็บไซต์ http://www.alexa.com/ จากนั้นพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ตรงช่องกลาง แล้วคลิก Go

image

2.จากนั้นข้อมูลเบื้องต้นก็จะปรากฏออกมาครับ

image

แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลละเอียด อาจต้องสมัครสมาชิก (แต่ผมเลือกใช้ Google Analytics แทนซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายและดูข้อมูลได้ง่ายกว่าครับ)

3.ถ้าจะให้ดีควรทำตาราง(Excel) เพื่อนำมาเป็นสถิติสำหรับใช้ในการวิเคราะห์เว็บไซต์เราด้วยจะดีมากครับ

Advertisements

เมื่อชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป

เช้านี้ผมเปิด FB เจอบทความที่แชร์มาจากเพจ Marketingeverythingbook (หนังสือเล่มนี้ดีมากๆเลยนะครับ ใครที่ต้องการไอเดียทางด้านการตลาดควรอ่านเลยครับ) เห็นว่ามีประโยชน์และสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ดี เลยขออนุญาตยกบางช่วงบางตอนที่ทางเพจแชร์มาเก็บไว้ในบล็อก เผื่อไว้อ่านยามต้องการแรงบันดาลใจครับ

marketingeverything

 

ปี 1942, กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี
เด็กชายวัย 7 ขวบเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมากและไม่มีพ่อ และตอนนี้แม่กำลังส่งเขาไปให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะเธอไม่มีเงินที่จะเลี้ยงดูเขาได้อีกต่อไป แม้ตอนนั้นเขาจะยังเด็กมากและไม่สามารถเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ แต่ก็พอจะรู้ว่าแม่คงไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้จริงๆ
เขาได้รับการเลี้ยงดูมาโดยแม่ชีที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พออายุ 14 ปีก็ตัดสินใจที่จะทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและน้องๆของเขา แม้จะไม่ได้โตมาด้วยกันแต่เขาก็ผูกพันกับครอบครัวมาก หลังจากได้เข้าทำงานในโรงงานผลิตเครื่องจักรแห่งหนึ่งในมิลาน เขาก็ค้นพบว่าตัวเองชอบงานฝีมือที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนและสามารถทำผลงานออกมาได้ดี
แม้จะต้องทำงานในโรงงานตลอดทั้งวัน ตกกลางคืนเขายังหาโอกาสไปเรียนเรื่อง industrial design ด้วย ที่ห้องเรียนนี่เองที่เขาหลงไหลไปกับความงามและศาสตร์ในการออกแบบแว่นตา
แม้ชายหนุ่มจะยากจนแต่มีวิสัยทัศน์ดีเยี่ยม เขาเห็นว่าผู้ผลิตแว่นตาคุณภาพสูงนั้นยังมีผู้เล่นน้อยรายมากๆ และแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ของอิตาลียังไม่ให้ความสำคัญกับตลาดแว่นตาเท่าที่ควร โอกาสทางธุรกิจมองเห็นอยู่รำไร
ไม่นานหลังจากนั้น เขาได้ย้ายไปเมือง Agordo ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแว่นตาของอิตาลี เขาได้งานทำที่นี่และเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะเป็นคนมีฝีมือ วันหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเปิดบริษัทของตัวเองชื่อ Luxottica ซึ่งมุ่งจะผลิตแว่นตาคุณภาพสูงให้กับแบรนด์แฟชั่นต่างๆของอิตาลี
หลายปีต่อมา เขามีโอกาสเข้าพบกับ Giorgio Armani ซึ่งในการเข้าพบครั้งนั้นเองเขาได้พูดกับ Giorgio ว่า
“Glasses were not only critical for vision but also critical for our personality”
Giorgio Armani ชอบวิสัยทัศน์ของชายหนุ่มมากจึงตกลงเซ็นสัญญาให้ Luxottica เป็นผู้ผลิตแว่นให้ Armani ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แน่นอนว่าหลังจากนั้นบริษัทของเขาก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย Luxottica เป็นเจ้าของร้านแว่นตาชั้นนำอย่าง Sunglass Hut และ Lenscrafter กว่า 6000 แห่งทั่วโลก และยังเป็นเจ้าของแบรนด์แว่นอย่าง Ray-Ban, Oakley, Vogue รวมถึงรับจ้างผลิตแว่นคุณภาพสูงให้กับ Armani, Ralph Lauren, Tiffany, DKNY, Chanel, Versace, Ferragamo etc. ด้วยยอดขายกว่า 9,000 ล้านเหรียญต่อปี
ชายผู้นี้มีชื่อว่า Leonardo Del Vecchio ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของอิตาลี และอันดับ 74 ของโลก
Leonardo มีสินทรัพย์รวมกว่า 600,000 ล้านบาท
.
.
จากบ้านเด็กกำพร้าในวันนั้น… เขาเดินทางมาไกลจริงๆ

ผู้เขียนบทความ: https://www.facebook.com/marketingeverythingbook

ที่มา: https://www.facebook.com/marketingeverythingbook/photos/a.215431685328083.1073741829.215052905365961/238571359680782/?type=1&relevant_count=1

Continue reading

Silver Spoon ชีวิตเด็กเกษตรมันไม่ได้ง่ายหรอกนะ

ช่วงนี้ผมมีเวลาว่างพอที่จะดูอนิเมะสักเรื่องหนึ่ง บังเอิญไปเจออนิเมะที่มีชื่อว่า Silver Spoon ซึ่งเป็นผลงานของคนที่เขียนเรื่อง Full Metal Alchemist แขนกล คนแปรธาตุ  ที่เปลี่ยนแนวจากแฟนตาซีจ๋ามาเป็นชีวิตวุ่นๆวัยเรียน แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ โรงเรียนที่ตัวเอกเลือกเข้าไปเรียนเป็นโรงเรียนเกษตรครับ (ในบ้านเราก็มี อาทิ วิทยาลัยเกษตร , มหาวิทยาลัยเกษตร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เป็นต้นครับ) เสมือนเป็นการเปิดโลกให้หลายๆคนรู้ว่ากว่าที่จะทำการเกษตรให้ได้ผลผลิตสักชิ้นหนึ่งขึ้นมามันไม่ได้ง่ายนะ ซึ่งผมที่เคยผ่านชีวิตนักศึกษาด้านปศุสัตว์สมัยมหาวิทยาลัยนี่รู้ซึ้งเลยครับ ทั้งตื่นแต่เช้าไป รีดนมวัว, ให้อาหารไก่, ตัดหญ้า และนานาชนิด แต่พอจบมาก็รู้ว่ามันคุ้มค่านะ เพราะไม่ค่อยมีใครหรอกที่จะได้สัมผัสชีวิตแบบนี้ ^ ^

Image  ในส่วนของเนื้อเรื่องก็จะแฝงไปด้วยแง่คิดต่างๆ การตัดสินใจต่างๆของตัวเอก และปมปัญหาของแต่ละคน ถือได้ว่าเป็นการ์ตูนน้ำดีที่ผู้ปกครองสามารถพาลูกๆหลานๆนั่งชมไปและบอกสอนได้เลยครับ  😉